ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

พยัญชนะผสมในภาษาอังกฤษ และ การเทียบอักษรภาษาอังกฤษ กับ ภาษาไทย

พยัญชนะผสม หมายถึง การนำพยัญชนะตั้งแต่ 2 ตัวขึ้นไป มาผสมกันแล้วมีความหมายเป็นตัวเดียว เสียงเดียวและคำเดียวในภาษาไทย ในภาษาอังกฤษพยัญชนะผสมเท่าที่พบเห็นบ่อยและใช้บ่อยได้แก่
Ch เท่ากับ ช : ออกเสียงเหมือน ช ในภาษาไทย เช่น chalk (ชอล์ค) chair (แชร์) church (เชอช)
child (ไชล์ด)
Ch เท่ากับ ค : จะเป็นคำที่มาจากภาษากรีกและล่ตินเป็นส่วนใหญ่ เช่น Christ (คริสท) chemist
(เคมิสท)character (คาแรคเตอร์) school (สกูล, สคูล)
Sh เท่ากับ ช : ออกเสียงเบาๆ แบบเป่าลมออกจากปากนั่นเอง เช่น she (ชี) sheep (ชีพ) show (โชว์)
shell (เชลล์)
Th เท่ากับ ธ (ด) : ออกเสียงโดยเอาลิ้นดุนฟัน แล้วดันลมออกมานิดๆ ระหว่างริมฝีปาก ดูแล้วเสียง
คล้าย ด แต่ เบากว่า เช่น the (เดอะ) this (ดีส) that (แดท) father (ฟาเธอ)
Ng เท่ากับ ง : ออกเสียงที่ต้นคอแล้วดันลมขึ้นจมูกและนิยมใช้เป็นตัวสะกดเท่านั้น เช่น King (คิง)
ring (ริง) spring (สปริง)
Nk เท่ากับ งค์ : กเสียงท้ายคำเป็น แคะ เบาๆ และก็นิยมใช้เป็นตัวสะกดเท่านั้น เช่น bank (แบงค์)
Sink (ซิ้งค์) drink (ดริ๊งค)
Ph เท่ากับ ฟ : เป็นคำที่มาจากภาษากรีกและลาติน เช่น phone (โฟน) photo (โฟโต้) phrase
(เฟรส) physical (ฟิซซิคัล)
Gh เท่ากับ ฟ : นิยมใช้เป็นตัวสะกดเท่านั้น เช่น laugh (ลาฟ) enough (อีนัฟ) เป็นต้น
Kn เท่ากับ น : พูดง่ายๆ ก็ คือ k ไม่ออกเสียง เช่น know (โนว) knee (นี) knife (ไนฟ์)
Wh เท่ากับ ฮ : เท่าที่สังเกตเห็นมักจะตามด้วย o เช่น who (ฮู) whom (ฮูม) whose (ฮูส)
“ Wh จะออกเสียงเป็น ว หรือมีค่าเท่ากับ ว ถ้าไม่ตามด้วย o เช่น what ว็อท
Where แวร์ Why วาย which วิช
Wr เท่ากับ ร : คือตัวw ไม่ออกเสียง เช่น wrap (แร็พ) wreath (รีธ) wrist (ริสท) wrong (รอง)
Ght เท่ากับ ท : นิยมใช้เป็นตัวสะกดเท่านั้น เช่น caught (คอท) fight (ไฟท์) sight (ไซท์)
K เท่ากับ ก : เช่น กร ณ ทับเจริญ , กนกวรรณ ด่านอุดม ควรเขียนด้วยภาษาอังกฤษว่า
Korn Thabcharoen ไม่ควรเขียนด้วย Gorn
Kanokwan Dan-U-Dom ไม่ควรเขียนด้วย Ganokwan
Kh เท่ากับ ข : เช่น ขอนแก่น, ขนิษฐา. ไข่ ควรเขียนด้วยอักษรภาษาอังกฤษว่า
Khonkaen ไม่ควรเขียนด้วย Konkaen
Khanitta ไม่ควรเขียนด้วย Kanitta
Khai ไม่ควรเขียนด้วย Kai เป็นต้น
Ch เท่ากับ จ : เพราะว่าฝรั่งชาติแรกที่เข้ามาประเทศไทยแล้วมาพูดคำภาษาไทยที่เป็น จ
เพี้ยนไปทาง ช (ก็คงจะให้ออกชัดอย่างไทยไม่ได้นั่นเอง) และเมื่อเขียนเป็นอักษรออกมา ก็เลยกลายเป็น ช (ch) แทน จ (J) ในที่สุดก็เลยกลายเป็นความนิยมไปทุกครั้งที่เขียน จ เป็น ชื่อเฉพาะจึงนิยมใช้แต่ ch แทน j แต่หากจะใช้ j ไปเลยก็คงไม่น่าจะผิด แต่ความนิยมอาจด้อยกว่าเท่านั้นเอง เช่น
Chulalongkorn University จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Prince Chulaporn เจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณ์
Chuachan เจือจันทร์
Charoenkrung Road ถนนเจริญกรุง เป็นต้น

ความคิดเห็น

  1. ไม่ระบุชื่อ29 เมษายน 2554 05:53

    ขอบคุณคะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ยินดีครับ ที่มีประโยชน์บ้าง

      ลบ
    2. ด้วยความยินดีครับผม

      ลบ

แสดงความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

คำสนทนาที่จำเป็น Essential Dialogues

การทักทายเป็นสิ่งสำคัญมากที่เราต้องใช้ เพราะวันๆ
หนึ่งเราต้องพูดคุย หรือติดต่อต่อสื่อสารกับผู้อื่น และการทักทายที่ดีนั้น
จะทำให้เกิดความรู้สึกที่ดีต่อกัน และการสนทนาก็ดีตามไปด้วย และในบทความนี้
ได้มีการนำ ประโยคการทักทายรูปแบบต่างๆ ในภาษาอังกฤษ มาให้กับน้องๆ
ทุกคน ได้เรียนรู้กัน เอาหละ!ไปกันเลย!
Jack: Good morning, Ms. Roses
Roses: Good morning, Mr. Jack
Jack: How are you?
Roses: Very well, thank you and how about you?
Jack: Me too, thanks.
Roses: Lovely day, isn’t it?
Jack: Yes it is.

แจ๊ค: สวัสดีครับ คุณโรส
โรส: สวัสดีค่ะ คุณแจ๊ค
แจ๊ค: คุณสบายดีไหม?
โรส: สบายดีค่ะ ขอบคุณนะคะ แล้วคุณ หล่ะเป็นอย่างไรบ้าง?
แจ๊ค: ผมก็สบายดีเหมือนกัน
โรส: วันนี้อากาศดีนะคะ
แจ๊ค: ใช่ครับ วันนี้อากาศดีจริงๆ


Notice! ตามธรรมเนียมแล้ว เมื่อบุคคลทั่งสองกล่าวสวัสดีกันแล้ว คำต่อไปนี้ก็มักจะไต่ถามสารทุกข์สุขดิบซึ่งกันและกัน ดังนั้นคำที่ใช้ถามอาจใช้คำใดคำหนึ่งต่อไปนี้
How are you? คุณสบายดีหรือ
How are you today? วันนี้คุณสบายดีหรือ
How are you this morning? เช้าวันนี้คุณสบายดีหรือ

รูปสระผสมของภาษาอังกฤษ a

a สระ เ อ ออกเสียงยาว และทุกครั้งที่ใช้ต้องมีตัวสะกดด้วย โดยแทรกเข้าไประหว่าง a กับ e (a-e) เช่น
date เดท วัน
mate เมท เพื่อน
fate เฟท เคราะห์กรรม
face เฟซ ใบหน้า
pale เพล ซีด
shave เชฟว โกน
wake เวค ตื่น
game เกม กีฬา
gate เกท ประตูรั้ว
cane เคน ไม้เท้า

ai สระ เ อ ออกเสียงยาวคล้ายๆ เอ-อิ ควบกันทุกครั้งที่ใช้ต้องมีตัวสะกดด้วย เช่น

aim เอม จุดมุ่งหมาย
aid เอด ช่วยเหลือ
chain เชน โซ่
bait เบท เหยื่อ
captain แค็พเทน กัปตัน

ar สระ า ออกเสียงยาวธรรมดา จะมีตัวสะกดหรือไม่ก็ได้ เช่น

bar บาร์ โรงเครื่องดื่ม
car คาร์ รถยนต์
far ฟาร์ ไกล
art อาท ศิลปะ
bark บาค เห่า
cart คาท เกวียน


au สระ-อ มีตัวสะกดเสมอ เช่น

cause คอซ สาเหตุ
because บีคอส เพราะว่า
caught คอท จับ
pause พอส หยุดชั่วคราว
tought ทอท สอน

aw สระ –อ มีตัวสะกดหรือไม่ก็ได้ เช่น

claw คลอ กรงเล็บ
draw ดรอ วาดภาพ
paw พอ อุ้งเท้าสัตว์
law ลอ กฎหมาย
saw ซอ เห็น, พบ


ay สระ เ อ ออกเสียงยาวคล้ายๆ เอ-อี ควบกันและไม่มีตัวสะกด เช่น

day เดย์ วัน
bay เบย์ อ่าว
say เซย์ พูด
lay เลย์ วางลง
clay เคลย์ ดินเหนียว

air สระ แ ไม่มีตัวสะกดเมื่อผสมเป็นคำอ่าน …

รูปสระผสมของภาษาอังกฤษ O

O เท่ากับสระ –อ ,โ
ถ้า o ไปเป็นสระตัวเดียวอยู่ในคำ และมีตัวสระกดด้วย O ในคำนั้นจะเท่ากับสระ-อ โดยออกเสียงนั้นเสมอ เช่น
cot ค็อท กระท่อม
rob ร็อบ ขโมย
rocket ร็อคเค็ท พลุ จรวด
chopsticks ช็อพสทิคซ ตะเกียบ
O ไม่เป็นสระอยู่ท้ายคำตั้งแต่ 2 พยางค์ขึ้นไป โดยไม่มีตัวสะกด จะมีค่าเท่ากับสระโอ เสมอ เช่น
Albino อัลบีโน คนเผือก
Buffalo บัฟฟะโล ควาย
Ditto ดิทโท เช่นเดียวกัน
motto ม้อทโท คติพจน์
O ในคำต่อไปนี้ ออกเสียงเป็นสระ โอ บ้าง สระ อู บ้าง เฉพาะตัวของมันเอง หาหลักเกณฑ์อะไรยึดถือไม่ได้ ต้องจดจำด้วยตัวเอง
to ทู ถึง
do ดู ทำ
brother บราเธอร์ พี่ชาย น้องชาย
toward ทูวอด ไปต่อ ตรงไปยัง
O ไปเป็นสระอยู่ท้ายคำตั้งแต่ 2 พยางค์ขึ้นไป โดยมี n หรือ nd เป็นตัวสะกด ให้ออกเสียงว่า -อัน บ้าง -ออน บ้าง เช่น
cotton ค็อททัน ฝ้าย
correspond คอริสพอนด ตอบทางจดหมาย
moron โมรอน คนโง่มาก
unison ยูนิวัน ความสอดคล้องกัน
แม้คำนั้นจะเป็นพยางค์เดียว เมื่อ o เป็นสระมี n, nd, nt เป็นตัวสะกดก็ออกเสียงเป็น อัน ได้ –ออน ได้เช่น
son ซัน บุตร
won วัน ชนะแล้ว
fond ฟ็อนด ที่รัก
front ฟรันท์ ข้างหน้า
Notice! คำว่า lesson อ่านว่า …